ไก่ดำเลี้ยงง่ายก็จริง แต่ผู้เลี้ยงหากจะทำในเชิงพานิชย์ ให้ประสบความสำเร็จได้นั้นจะต้องมี ความจริงใจและความขยัน เพราะไก่ดำนั้นจะต้องให้อาหาร ให้น้ำ ฉีดวัคซีน อีกทั้งดูแลอย่างใกล้ชิด

พวกเรารู้จักการเลี้ยงไก่ไว้คู่ถิ่นที่อยู่อาศัยมานานก่อนรุ่นปู่ยาตาทวดเสียอีก เลี้ยงเพื่อบริโภคไข่และเนื้อ. ก่อนนั้นจะเลี้ยงแบบปล่อย เช้ามาก็ปล่อยออกจากเล้า โปรยข้าวเปลือก แล้วไก่ก็ออกมาขุ้ยเขี่ยหาอาหารอื่นๆกินเอง เช่น ใบหญ้า ตัวหนอน ตามสัญชาตญาณของพวกมัน ตกเย็นมาก็ต้อนเข้าเล้า

ไก่ดำเลี้ยงแบบปล่อย

เรื่องของการขยายพันธุ์นั้นก็ไม่ต้องเป็นกังวล มีพ่อไก่ 1 ตัว ต่อแม่ไก่ 3-5 ตัว ก็ได้ ไก่จะผสมพันธุ์กันเองตามธรรมชาติ เพียงแต่ทำรังให้แม่ไก่เท่านั้น และคอยดูแลอีกเล็กน้อยเมื่อลูกไก่ฟักออกมา ฉีดวัคซันป้องกันโรคบ้าง เท่านี้ก็มีเนื้อและไข่ไก่ไว้บริโภคตลอดทั้งปีเท่านี้ก็มีเนื้อและไข่ไก่ไว้บริโภคตลอดทั้งปี

เกษตรกรรายหนึ่ง ก่อนหน้านี้เลี้ยง หมู่ป่าและไก่ป่าเป็นอาชีพ แต่ความเป็นคนไทยเชื้อสายจีน ชอบดูภาพยนต์จีนอยู่เป็นประจำและมักเห็นผู้แสดงเป็นฮ่องเต้ในสมัยโบราณนั้นโปรดปราณการเสวย ไก่ดำตุ๋น จึงคิดว่าเลี้ยงไก่ดำ ในเชิงพานิชย์ น่าจะเป็นสัตว์ปีกที่ขายดีและมีราคากว่าสัตว์ประเภทเดียวกัน

เกษตรกรผู้มีความคิดก้าวหน้า จึงเสาะแสวงหาพันธุ์ไก่ดำมาเลี้ยง แต่ปรากฎว่าพันธุ์ที่ได้มานั้นไม่ใช่พันธุ์ไก่ดำร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มีเพื่อนของพ่อ ทำธุรกิจต้องเดินทางไปประเทศจีนเป็นประจำ จึงได้ขอร้องให้ช่วยเป็นธุระซื้อไข่ไก่ดำสายพันธุ์มองโกเลียมาให้ แล้วนำมาเพาะฟักเอง แต่ปรากฎว่ายังไม่ได้ไก่ดำแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ สุดท้ายจึงต้องใช้ประสบการณ์ที่มีอยู่ นำลูกไก่ดำที่ตนมีอยู่มาผสมพันธุ์กัน โดยใช้เวลา 2 ปีเศษ จึงได้สายพันธุ์นิ่ง เพาะฟักลูกไก่ดำมาเป็น ไก่ดำแท้

ตั้งแต่นั้นมาเกษตรกรผู้นี้ก็เพาะฟักลูกไก่ดำขาย และเลี้ยงเพื่อส่งจำหน่ายตลาดทั่วประเทศไม่ต่ำกว่าวันละ 300 ตัว ปัจจุบันมีไก่ดำที่เลี้ยงหมุนเวียนอยู่ในฟาร์มทั้งหมด 1000 ตัว

ที่อารัมบทมาข้างต้นนี้เป็นความสำเร็จเกษตรกรท่านหนึ่ง หากมีใครสนใจเลี้ยงไก่ดำ ในเชิงพานิชย์ ธุรกิจ สามารถจำหน่ายเนื้อสดไก่ดำซึ่งมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 160. บาท มาดูการเตรียมตัว ขั้นต้น

อันดับแรก จะต้องมีสถานที่เลี้ยงโดยเล้าไก่หรือโรงเรือน และพื้นควรจะเป็นปูนซิเมนต์เพราะจะสามารถทำความสะอาดได้ง่ายกว่า อีกทั้งมีโอกาสติดเชื้อโรคได้น้อยกว่าพื้นดิน พื้นปูนนั้นควรปูทับด้วยแกลบแห้งอีกชั้นหนึ่ง ต่อเมื่อแกลบเริ่มมีกลิ่นฉุน ก็เป็นเวลาที่ต้องททำการเปลี่ยนทำความสะอาดพื้นแล้วปูแกลบใหม่

ส่วนหลังคาของโรงเรือนนั้น หากเป็นหลังคามุงจากหรือแฝกจะเย็นกว่าสังกะสีแต่จะไม่ค่อยถาวร ถ้ามีเงินทุนและต้องการเลี้ยงระยะยาว ให้มุงหลังคากระเบื้องจะเป็นการดีกว่า เพราะไก่ดำไม่ชอบอากาศเย็นและร้อนมาก ชอบอากาศสบายๆ หากมุงหลังคาสังกะสีหรือกระเบื้องในฤดูร้อนจะต้องมีการฉีดน้ำที่หลังคาเพื่อปรับอุณหภูมิในโรงเรือนให้พอเหมาะด้วย

หากมีประสบการณ์การเลี้ยงไก่มาก่อนแล้ว และมีตู้ฟักไข่ อาจหาซื้อไข่ไก่ดำมาเพาะฟักเอง หากมีความชำนาญในการฟักออกมาได้กว่า 70-80%

หากยังไม่มีตู้ฟักหรือไม่มีความชำนาญอย่าเพ่งทำ เพราะอาจจะฟักไม่ออกเลยสักตัวก็เป็นได้ แนะนำให้ซื้อลูกไก่แรกเกิดทั้งตัวผู้และตัวเมียตัวละ 100 บาท หรืออยากให้มั่นใจ ก็ซื้อไก่อายุรุ่น 2 เดือน ขึ้นไป น้ำหนักประมาณ 700. กรัม ราคาตัวละ 250 บาท

โดยการเลี้ยงไก่ดำตัวผู้ 1 ตัวต่อตัวเมีย 4 ตัว

หากผู้ใดจะเลี้ยง ไก่ดำในเชิงพานิชย์ เลี้ยงเพื่อเป็นอาชีพส่งจำหน่าย ควรเริ่มที่ไก่ดำตัวเมีย 70 ตัว ตัวผู้สัก 15 ตัว แม่ไก่จะให้ไข่ 35 ฟองต่อวัน ฟักแล้วมีอัตรารอดได้ถึง 70% ประมาณ 24 ตัว

ไก่ดำอายุ 3 เดือน จะต้องฉีดวัคซีน อหิวาต์ สลับกับวัคซันนิวคาสเซิลและหลอดลม ซึ่งทั้ง 2 ชนิด จะต้องฉีดให้ไก่ทุกๆ 3 เดือน แต่ห้ามฉีดพร้อมกันให้สลับไปคนละเดือน

แม่ไก่อายุ 4 เดือนครึ่งก็จะให้ไข่แล้วและนำไข่นั้นไปฟัก ห้ามให้แม่ไก่เลี้ยงลูกเอง ต้องแยกลูกมาเลี้ยงในคอกต่างหาก มีโคมไฟให้ความอบอุ่นแทนปีกแม่ไก่ ดูแลอย่างใกล้ชิด

ลูกไก่แรกเกิดถึงอายุ 1 เดือน จะให้อาหารไก่เล็ก มีโปรตีนสูง

ไก่ดำอายุ 48 วัน ส่งจำหน่ายตลาดได้แล้ว ตัวผู้มีน้ำหนักตัวละ 1 กิโลกรัม ตัวเมีย 800 กรัม โดยประมาณ

มาดูต้นทุนของพ่อ แม่พันธุ์ไก่ 80 ตัว ราคาตัวละ 250 บาท เท่ากับ 20000 บาท นำมาเลี้ยงต่ออีก 80-90. วัน ก็ให้ไข่แล้ว ฟักต่ออีก 21 วัน ได้ลูกไก่มาเลี้ยงต่ออีก 48. วัน ส่งขายได้น้ำหนักโดยเฉลี่ย 800 กรัม ถึง 1. กิโลกรัม ราคาขายกิโลกรัมละ 160 บาท จะมีไก่ส่งออกขายได้วันละ 20-24. ตัว มีรายได้เฉลี่ยต่อวัน 2000-3000 บาท

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *